https://image.nostr.build/550520c559d6cfd164b43c4fa9ea184749ce966463ba4f1fcd5db51579bed188.jpg วัฏจักรสภาพคล่อง ความกลัว และโครงสร้างตลาด: การอ่านโพสต์ของ Robert Kiyosaki ผ่านกรอบวิจัยเศรษฐศาสตร์การเงิน บทนำ โพสต์ของ Robert Kiyosaki ที่อ้างว่า “Bitcoin isn’t crashing, it’s confirming a cycle” สะท้อนมุมมองเชิงวัฏจักรของสินทรัพย์เสี่ยงในระบบการเงินโลก โดยเน้นบทบาทของ สภาพคล่อง (liquidity) นโยบายธนาคารกลาง และแรงบังคับขายจากเลเวอเรจในตลาดคริปโต โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่งานวิชาการ แต่สามารถนำมาอ่านผ่านกรอบเศรษฐศาสตร์การเงินร่วมสมัยและงานวิจัยเชิงประจักษ์ เพื่อทำความเข้าใจว่า “ราคาที่ร่วง” ในสินทรัพย์อย่าง Bitcoin สะท้อนกลไกมหภาคอะไรบ้าง บทความนี้ให้เครดิตแนวคิดหลักจากโพสต์ดังกล่าว พร้อมวิเคราะห์เชิงวิชาการโดยอ้างอิงงานวิจัยด้าน market cycles, liquidity transmission, leverage unwinds และ crypto-macro linkage เพื่อแยก “วาทกรรมตลาด” ออกจาก “หลักฐานเชิงข้อมูล” ⸻ 1. วัฏจักรสภาพคล่องกับสินทรัพย์เสี่ยง แนวคิดหลักในโพสต์คือ: เมื่อธนาคารกลางตึงสภาพคล่อง สินทรัพย์เสี่ยงจะถูก repricing ก่อน งานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนกลไกนี้: • นโยบายการเงินแบบตึงตัว (tightening) ทำให้ global liquidity ลดลง ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงผันผวนสูงขึ้น (Brunnermeier & Pedersen, 2009) • Risk assets รวมถึงคริปโตมีความสัมพันธ์กับ financial conditions index และดอกเบี้ยจริง (Adrian, Etula & Muir, 2014) • Bitcoin แสดงความสัมพันธ์เชิงบวกกับสภาพคล่องดอลลาร์และความเสี่ยงในตลาดหุ้น (Liu & Tsyvinski, 2021) การลดงบดุลของธนาคารกลาง (QT) และการขึ้นดอกเบี้ยทำให้: 1. ต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น 2. leverage ถูกบีบ 3. นักลงทุนลดความเสี่ยง (risk-off) สิ่งนี้สอดคล้องกับคำกล่าวในโพสต์ว่า “Central banks control liquidity. When liquidity tightens, risky assets fall first.” ในเชิงทฤษฎี นี่สอดคล้องกับ financial accelerator และ liquidity spiral ที่อธิบายว่าราคาสินทรัพย์ตก → มาร์จินเพิ่ม → forced selling → ราคาตกต่อ (Brunnermeier & Oehmke, 2013) ⸻ 2. Leverage และการล้าง “weak hands” โพสต์เน้นว่า ตลาดกำลังล้าง weak leverage ในตลาดคริปโต กลไกนี้เห็นได้ชัด: • ตลาดมีสัดส่วน derivatives และ margin trading สูง • การ liquidate แบบอัตโนมัติทำให้การตกลงเร่งตัว • open interest ที่สูงสัมพันธ์กับ volatility (Kyriazis, 2020) งานวิจัยพบว่า: • Bitcoin crash หลายครั้งเกิดจาก cascade liquidation • leverage ทำให้ราคาผันผวนเกินพื้นฐาน (Shin & Kwon, 2022) • เมื่อ leverage ลดลง ตลาดมักเข้าสู่ phase consolidation ก่อนรอบใหม่ ดังนั้นคำกล่าวว่า “Market is cleaning out weak hands and weak leverage” สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดอนุพันธ์คริปโตจริง ⸻ 3. Bitcoin ในฐานะ Risk Asset มากกว่า Safe Haven แม้ narrative บางช่วงจะเรียก Bitcoin ว่า “digital gold” แต่ข้อมูลระยะหลังชี้ว่า: • Bitcoin มี correlation กับ Nasdaq เพิ่มขึ้น (Baur & Hoang, 2021) • ทำหน้าที่เป็น high-beta risk asset ในช่วง tightening • เคลื่อนไหวตาม sentiment ตลาดมากกว่าทองคำ สิ่งนี้สนับสนุนข้อสังเกตในโพสต์ว่า “Stocks go down. Tech gets hit. Crypto gets slammed.” ในเชิงมหภาค Bitcoin มักตอบสนองต่อ: • real interest rates • liquidity cycles • risk appetite มากกว่าปัจจัยเทคโนโลยีระยะสั้น ⸻ 4. Price vs Value: การตีความเชิงพฤติกรรมการเงิน โพสต์กล่าวว่า Price is the consensus of the weakest holders. แม้เป็นภาษาตลาด แต่สอดคล้องกับแนวคิด behavioral finance: • ราคาตลาดระยะสั้นถูกกำหนดโดย marginal seller • panic selling ทำให้ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน (Shiller, 2015) • fear & greed cycles เป็นตัวขับ volatility งานวิจัยด้าน crypto sentiment พบว่า: • ดัชนี fear-greed มีความสัมพันธ์กับจุดต่ำ-สูงของตลาด • capitulation phase มักเกิดก่อน recovery (Da et al., 2022) อย่างไรก็ตาม ต้องแยก “cycle” ออกจาก “guarantee” เพราะไม่ใช่ทุกสินทรัพย์ที่ฟื้นเสมอ ⸻ 5. วัฏจักรสินทรัพย์: หลักฐานประวัติศาสตร์ โพสต์ยกตัวอย่างทองคำ หุ้น และอสังหา ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย long-term asset cycles: • สินทรัพย์ส่วนใหญ่มี boom-bust cycles (Kindleberger, 1978) • retracement เป็นส่วนหนึ่งของ secular trend • liquidity expansion มักนำไปสู่ bull markets Bitcoin เองแสดงวัฏจักร 4 ปีเชื่อมกับ halving แต่ยังถูกครอบด้วย macro cycle ⸻ 6. ข้อจำกัดของมุมมองในโพสต์ แม้แนวคิด “cycle” มีฐานวิชาการบางส่วน แต่ต้องระวัง: 1. ไม่มีหลักฐานว่า Bitcoin ต้อง ฟื้นทุกครั้ง 2. regulatory risk ยังมีผล 3. adoption growth ไม่ได้ linear 4. macro regime อาจเปลี่ยน งานวิจัยชี้ว่า crypto ยังเป็นสินทรัพย์อายุน้อย และมี tail risk สูงกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิม ⸻ สรุป โพสต์ของ Robert Kiyosaki สะท้อนมุมมองเชิงวัฏจักรที่พบได้ในตลาดการเงิน: • tightening → risk assets fall • leverage unwind → volatility • fear phase → potential reset เมื่ออ่านผ่านงานวิจัยเศรษฐศาสตร์การเงิน แนวคิดหลายส่วนมีฐานข้อมูลรองรับ เช่นบทบาทของ liquidity, leverage spiral และ behavioral cycles อย่างไรก็ตาม การตีความว่า “ราคาลงคือสัญญาณบวกเสมอ” เป็นข้อสรุปเชิงวาทกรรมมากกว่างานวิชาการ จำเป็นต้องประเมินร่วมกับข้อมูลมหภาค นโยบายการเงิน และโครงสร้างตลาดจริง ⸻ เอกสารอ้างอิง (ตัวอย่าง) • Brunnermeier & Pedersen (2009) Market Liquidity and Funding Liquidity • Adrian et al. (2014) Financial Intermediary Leverage • Liu & Tsyvinski (2021) Risks and Returns of Cryptocurrency • Baur & Hoang (2021) Bitcoin correlation with equity markets • Kindleberger (1978) Manias, Panics and Crashes • Shiller (2015) Irrational Exuberance • Kyriazis (2020) Bitcoin market efficiency and derivatives ⸻ วัฏจักร Bitcoin ภายใต้ระบอบการเงินโลก: การต่อยอดเชิงวิชาการจากโพสต์ของ Robert Kiyosaki 7. Hash Rate, Miner Stress และโครงสร้างต้นทุน หนึ่งในตัวแปรที่ไม่ได้กล่าวตรงในโพสต์ แต่สัมพันธ์กับแนวคิด “cycle confirmation” คือ hash rate และต้นทุนการขุด (mining cost floor) งานวิจัยพบว่า: • hash rate สะท้อน ความเชื่อมั่นระยะยาวของผู้ขุด • การลดลงของราคา → margin ของ miner ลด → forced selling • miner capitulation มักเกิดใกล้จุดต่ำของวัฏจักร (Hayes, 2019) เมื่อราคาลดต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย: 1. ผู้ขุดที่มีต้นทุนสูงออกจากตลาด 2. hash rate ชะลอหรือปรับฐาน 3. supply pressure เพิ่มชั่วคราว สิ่งนี้สร้าง feedback loop: price ↓ → miner sell → price ↓ → weak miners exit → supply stabilize ในอดีต (2018, 2022) ช่วง miner stress มักเกิดใกล้ macro bottom แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอเสมอ ⸻ 8. Liquidity Transmission: จาก Fed สู่ Crypto โพสต์ของ Kiyosaki เน้นว่า Central banks control liquidity ในเชิงวิชาการ ความสัมพันธ์นี้ถูกศึกษาอย่างเข้มข้น: • การขยายงบดุล Fed → risk assets rally • QT → volatility เพิ่ม • real yield ↑ → crypto pressure งานวิจัย cross-asset พบว่า Bitcoin ตอบสนองต่อ: • US dollar liquidity • global M2 growth • real interest rate (Refer: Cong et al., 2023) กลไกการส่งผ่าน 1. ดอกเบี้ยขึ้น → cost of capital สูง 2. VC funding ลด → crypto ecosystem ชะลอ 3. speculative capital ลด 4. leverage unwind ผลลัพธ์คือ repricing ไม่ใช่ collapse ของเทคโนโลยี ซึ่งตรงกับแกนหลักของโพสต์ต้นทาง ⸻ 9. Market Microstructure: Liquidation Cascade ตลาดคริปโตมีลักษณะเฉพาะ: • perpetual futures • high leverage • 24/7 trading • fragmented liquidity งานวิจัยพบว่า: • liquidation events ทำให้ price overshoot • volatility clustering สูงกว่าตลาดหุ้น • order book depth ต่ำในช่วง panic (Koutmos, 2021) ในภาวะ risk-off การ liquidate chain reaction สามารถ: • เร่งการตก • สร้าง false breakdown • เปิดทาง rebound เมื่อ leverage reset นี่คือสิ่งที่โพสต์เรียกว่า “cleaning out weak hands” ⸻ 10. Behavioral Regime Shift โพสต์เน้นเรื่อง fear vs confidence ซึ่งสอดคล้องกับ: • Prospect theory • loss aversion • herding behavior ในตลาด crypto: • retail dominance สูง • sentiment swings รุนแรง • narrative-driven cycles งานวิจัย sentiment analysis พบว่า: • extreme fear → forward returns positive โดยเฉลี่ย • extreme greed → correction probability สูง (Da et al., 2022) อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ deterministic law แต่เป็น probabilistic tendency ⸻ 11. Structural Demand: Institution vs Speculation ประเด็นสำคัญที่ต้องเสริมจากโพสต์คือ โครงสร้างผู้ถือครอง ในระยะหลัง: • ETF inflows • institutional custody • corporate treasury adoption มีผลต่อ volatility regime งานวิจัยพบว่า: • institutional share ↑ → volatility ↓ (บางช่วง) • แต่ correlation กับ macro ↑ Bitcoin จึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก anti-system asset → macro-sensitive asset ⸻ 12. วัฏจักร 4 ชั้นของ Bitcoin จากงานวิจัยและข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถมองวัฏจักร Bitcoin เป็น 4 layer: (1) Liquidity cycle กำหนดโดยนโยบายการเงินโลก (2) Leverage cycle กำหนดโดย derivatives market (3) Mining cycle กำหนดโดย hash rate & cost (4) Narrative cycle กำหนดโดย sentiment โพสต์ของ Kiyosaki เน้น layer (1) และ (2) แต่ layer (3) และ (4) ก็สำคัญ ⸻ 13. การตีความ “Price is a signal” คำกล่าวในโพสต์ว่า A lower price is not failure, it’s a signal ในเชิงเศรษฐศาสตร์: ราคาเป็น information aggregation mechanism (Hayek, 1945) แต่สัญญาณมี noise สูง โดยเฉพาะในตลาดใหม่อย่าง crypto ดังนั้น ราคาลงอาจหมายถึง: • tightening • deleveraging • sentiment collapse • หรือ structural risk ต้องวิเคราะห์หลายมิติร่วมกัน ⸻ 14. ข้อสังเกตเชิงวิจัย จากการสังเคราะห์งานวิจัย: สิ่งที่โพสต์สอดคล้องกับข้อมูล • liquidity cycle มีผลจริง • leverage unwind เร่งการตก • fear phase มักเกิดก่อน recovery สิ่งที่ต้องระวัง • ไม่ใช่ทุก dip คือ opportunity • regime change อาจเกิด • macro dominance เพิ่มขึ้น ⸻ 15. กรอบการวิเคราะห์เชิงวิชาการ หากจะประเมินสถานการณ์ตามแนวคิดในโพสต์ นักวิจัยมักดู: 1. global liquidity trend 2. real interest rate 3. hash rate trajectory 4. derivatives leverage 5. on-chain flow 6. institutional flow การรวมข้อมูลเหล่านี้ ให้ภาพแม่นยำกว่าการดูราคาอย่างเดียว ⸻ สรุปเชิงวิชาการ โพสต์ของ Robert Kiyosaki สะท้อนมุมมองวัฏจักรที่มีพื้นฐานในเศรษฐศาสตร์การเงินจริง โดยเฉพาะบทบาทของ: • สภาพคล่องโลก • leverage • behavioral panic อย่างไรก็ตาม การสรุปว่า “Bitcoin ลง = โอกาสเสมอ” เป็นการตีความเชิงวาทกรรม หลักฐานวิจัยชี้ว่า ตลาดคริปโตอยู่ในระบบการเงินโลกมากขึ้น จึงขึ้นกับ macro regime อย่างมีนัยสำคัญ Bitcoin จึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่เป็นสินทรัพย์ใน financial cycle ⸻ เอกสารอ้างอิง • Brunnermeier & Pedersen (2009) • Adrian et al. (2014) • Liu & Tsyvinski (2021) • Cong et al. (2023) • Kyriazis (2020) • Hayes (2019) • Koutmos (2021) • Shiller (2015) • Da et al. (2022) • Kindleberger (1978) #Siamstr #nostr #BTC #bitcoin